เข้าสู่ระบบ!!
หน้าแรก สินค้า เว็บบอร์ด เกี่ยวกับเรา บทความ วิธีการชําระเงิน ติดต่อเรา
ภาษาไทย
Mobile    
ค้นหา:
  บทความ  รถเข็น 
สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 21/02/2548
ปรับปรุงเวบเมื่อ 05/10/2561
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 100


หมวดหมู่สินค้า/บริการ



eXTReMe digital Tracking
eXTReMe Tracker
Powered by  MyPagerank.Net

จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

Link
มหาลัยเที่ยงคืน
วัดพระบาทน้ำพุ
เวปร้านจำหน่ายลูกเป้ง



ของแปลก..ของหายาก ต้อง SP Antique สินค้าบางอย่างอาจมีราคาแพง อย่างไรก็ตามสินค้าที่ซื้อไปแล้ว ทางผมยินดีรับคืนเมื่อไม่ต้องการ ขอให้สภาพเหมือนดังที่ซื้อไปตอนแรกครับ *(เงื่อนไขการรับคืนโทรสอบถามอีกที)

บทความ
กำเนิดเหรียญเงินตรา (อ่าน 14948/ตอบ 0)

สังคมของชาวไทยในสมัยโบราณ เป็นสังคมที่มีระบบการแลกเปลี่ยนโดยตรง ระหว่างวัตถุกับวัตถุ ผลผลิตกับผลผลิต ซึ่งไม่สะดวกและผลผลิตบางอย่างมีค่าไม่เท่ากัน รวมทั้งความต้องการแลกเปลี่ยนที่ไม่ตรงกัน ทำให้ผู้คนเริ่มนำวัตถุที่เป็นต้องการโดยทั่วไป เช่น อาหาร เครื่องใช้ เครื่องประดับมาใช้เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยน ระบบแลกเปลี่ยนด้วยสื่อกลางจึงเกิดขึ้น

เงินหอยเบี้ยเป็นเงินตราที่มีการใช้อย่างกว้างขวางในทวีปเอเชียและแอฟริกา มาตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์ การใช้หอยเบี้ยเป็นเงินตราในสุวรรณภูมิและในชนชาติไทย มีมานานก่อนประวัติศาสตร์และปรากฏอยู่ในศิลาจารึกสมัยสุโขทัยหลายหลัก ชนชาติไทยได้ใช้หอยเบี้ยเป็นเงินปลีกมาจนถึงสมยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ต่อมาจึงได้ผลิตเงินตรามูลค่าต่ำด้วยทองเหลือง ทองแดงและดีบุก (นวรัตน์ เลขะกุล 2543 : 12-13)
ชนชาติไทยได้ใช้ระบบน้ำหนักมาตรฐานจัดทำเงินตราเรียกว่า เงินพดด้วง มูลค่าของเงินพดด้วงจึงเท่ากับน้ำหนักของโลหะเงินที่ทำ โดยระบบการชั่งน้ำหนักแบ่งเป็น 11 หน่วย ได้แก่

สองเม็ดข้าว เป็นหนึ่งกล่อม สองกล่อมเป็นหนึ่งกล่ำ
สองกล่ำเป็นหนึ่งไพ สี่ไพเป็นหนึ่งเฟื้อง
สองเฟื้องเป็นหนึ่งสลึง สี่สลึงเป็นหนึ่งบาท
สี่บาทเป็นหนึ่งตำลึง ยี่สิบตำลึงเป็นหนึ่งชั่ง
ยี่สิบชั่งเป็นหนึ่งดุล ยี่สิบดุลเป็นหนึ่งภารา


การนำโลหะเงินมาผลิตเงินพดด้วง โดยที่มูลค่าโลหะเงินมีสูง เมื่อนำมาแบ่งตามหน่วยน้ำหนักมาตรฐานแล้วสามารถใช้ได้เพียง 5 หน่วย เท่านั้น เช่น ไพ เฟื้อง สลึง บาท และตำลึง เพราะนอกเหนือจากนั้นหาก

นำมาผลิตเป็นเงินพดด้วงจะมีขนาดเล็กจนหยิบไม่ได้ หรือใหญ่เกินกว่าจะพกพา ดังนั้นเพื่อความสะดวกในการเพิ่มเข้าและหักออกในการคำนวณเงินตรา จึงใช้วิธีการบอกน้ำหนักหรือจำนวนเงินเรียกว่า “ครุตีนกา” หรือ “ครุเรือนเงิน” (นวรัตน์ เลขะกุล 2543 : 23)

ชั่ง
ตำลึง
บาท
ครุตีนกาหรือครุเรือนเงินที่ใช้บอกราคา
เฟื้อง
สลึง
ไพ

ประเทศไทยเริ่มใช้เงินพดด้วงตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ติดต่อเรื่อยมาจนถึงสมัย กรุงรัตนโกสินทร์

ในสมัยกรุงสุโขทัย พระเจ้าแผ่นดินทรงริเริ่ม และให้ผลิตเงินตราพดด้วงขึ้นใช้ แต่มิได้ผูกขาดในการผลิต ทรงเปิดโอกาสให้เจ้าเมืองขึ้น ตลอดจนพ่อค้าประชาชนผลิตเองได้ เงินพดด้วงสมัยกรุงสุโขทัย จึงมีตราบ้าง ไม่มีบ้าง เนื้อเงินและน้ำหนัก ตลอดจนลักษณะจึงแตกต่างกันไป

ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ทางราชการผูกขาดในการทำเงินพดด้วงทั้งหมด ซึ่งมีการผลิตเงินพดด้วงทองคำด้วย และห้ามราษฎรผลิตเงินตราใช้เอง เงิน พดด้วงจึงมีรูปร่างลักษณะ น้ำหนัก และเนื้อเงินเป็นอย่างเดียวกันหมดเป็นต้นมา จนถึงสมัยกรุงธนบุรีและสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เงินพดด้วงยังคงผลิตใช้ติดต่อกันมาจากสมัยกรุงธนบุรี ตั้งแต่รัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ผลิตเงินพดด้วงที่ระลึก 2 ครั้ง หลังจากนั้นไม่มีการผลิตอีก และโปรดเกล้าฯ ให้เลิกใช้ เนื่องจากมีการสร้างเหรียญเงินตราขึ้น เพื่อใช้แทนตั้งแต่รัชกาลพระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นต้นมา

 ไพ

 เฟื้อง

 สลึง

 บาท

 

 ตำลึง

 

สินค้า/บริการ แนะนํา
เกมส์กดคาสิโอ CASIO WESTERN BAR CG-300
ราคา 9,500.00 บ.
Chess Set หมากรุก ยุคสมัยจักรวรรดิโรมัน ชุด Pro Chess Set
ราคา 45,000.00 บ.
ลูกประคำหินลาวา 108 เม็ด สำหรับไว้ทำสมาธิ
ราคา 5,500.00 บ.
Franklin Mint 1844 Morse Proves Telegraph Medal
ราคา 1,000.00 บ.
กล้องใช้ฟิลม์เก่าจาก Made in Germany (East) 1968
ปกติ 7,000.00 บ.
พิเศษ 5,000.00 บ.
จุญแจโบราณจากประเทศเนปาล อายุ 1000 s. กว่าปี Old Key
นำมาสองชิ้นเท่านั้นราคาโปรดดูในรูป
ลูกประคำจากประเทศเนปาล - สินค้าหมด!
ราคา 800.00 บ.
นาฬิกาแดดและเข็มทิศ  T.COOKE & SONS LONDON 1858 - MUST LOOK
7,000 บาท จำหน่ายแล้ว !
อาวุธโบราณจากประเทศเนปาล
ราคา 3,000.00 บ.
ลูกปัดหินลาวา
ราคา 300.00 บ.

หน้าแรก  |  สินค้า  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- . TARAD.com. All Rights Reserved.
//